ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการแฟลชเพย์ (Terms and Conditions)
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการแฟลชเพย์ (“ข้อกำหนดฯ”) เป็นสัญญาระหว่างผู้ใช้บริการกับบริษัท แฟลช เพย์ จำกัด (บริษัทฯ) ซึ่งเป็นบริษัทจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และข้อกำหนดฯ นี้จะครอบคลุมถึงการใช้บริการบริษัทฯ ทั้งหมดของผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการตกลงรับทราบและปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ตั้งแต่วันที่ผู้ใช้บริการส่งใบสมัครร้านค้าให้แก่บริษัทฯ เพื่อขอใช้บริการและตกลงที่จะยุติการใช้บริการของบริษัทฯ ทันทีหากผู้ใช้บริการไม่เห็นด้วยกับข้อกำหนดฯ แต่หากผู้ใช้บริการใช้บริการของบริษัทฯอย่างต่อเนื่อง ถือว่าผู้ใช้บริการยอมรับและตกลงที่จะผูกพันตามข้อกำหนดฯการให้บริการตลอดจนการแก้ไขและการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่อาจมีขึ้นในภายหลังตามที่บริษัทฯ ได้กำหนดแต่ฝ่ายเดียวและแจ้งให้ผู้ใช้บริการรับทราบ
เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย บริษัทฯ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นองค์กรเพื่อการชำระหนี้ เพียงแต่ให้บริการการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้การชำระ และการโอนเงินทั้งหมดจะต้องดำเนินการโดยสถาบันการเงินหรือธนาคารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบริษัทฯ อาจมีการระบุรายละเอียดไว้ในภายหลัง
ผู้ใช้บริการยอมรับและตกลงที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขทั้งหมดของข้อกำหนดฯ นี้ รวมถึงประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ซึ่งผู้ใช้บริการได้อ่านและทำความเข้าใจอย่างละเอียดแล้ว ตามที่บริษัทฯ ได้มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ
1. บริการรับชำระและคุณสมบัติของผู้ใช้บริการ (Payment Service and Eligibility)
1.1 บริการรับชำระของบริษัทฯ (Payment Service)
(ก) ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า บริษัทฯ เป็นเพียงผู้ให้บริการเกี่ยวกับรับชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือระบบที่ให้บริการ เพื่อรับชำระค่าสินค้า และ/หรือค่าบริการจากลูกค้า โดยบริษัทฯ ไม่ได้เป็นผู้ขาย ผู้ซื้อ ตัวแทนจำหน่ายคนกลาง ผู้ค้าปลีก ผู้ประมูล ผู้จัดหา ผู้จัดจำหน่าย ผู้ผลิต นายหน้า ตัวแทนของผู้ประกอบการร้านค้า
(ข) บริษัทฯ ไม่รับรองหรือรับประกัน คุณภาพ ความปลอดภัย และ/หรือความถูกต้องตามกฎหมายของสินค้า/บริการใด ๆ รวมถึงไม่รับประกันตัวตนของลูกค้า หรือรับประกันว่าลูกค้าจะทำธุรกรรมให้เสร็จสิ้น
(ค) ผู้ใช้บริการตกลงและรับทราบว่า ข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ใช้บริการกับลูกค้าของท่านเองจากการทำธุรกรรมผ่านบริการแฟลชเพย์ ถือเป็นข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้บริการกับลูกค้าเท่านั้น โดยบริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่เป็นคู่กรณีในข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อพิพาทในเรื่อง คุณภาพ ปริมาณ หรือการใช้สินค้า/บริการ และความรับผิดที่เกี่ยวกับการจัดส่ง โดยบริษัทฯ มีสิทธิให้ความช่วยเหลือลูกค้าในการขอคืนเงินจากผู้ใช้บริการตามจำนวนเงินที่ลูกค้าได้ชำระค่าสินค้า/บริการ
1.2 คุณสมบัติ (Eligibility)
1.2.1 ผู้ใช้บริการที่สามารถสมัครใช้บริการรับชำระแทน ได้แก่
- ร้านค้าบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย
- ร้านค้าประเภทนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์
1.2.2 ผู้ใช้บริการต้องขายสินค้าและบริการ ที่ไม่ผิดกฎหมายและไม่ผิดศีลธรรม
1.2.3 ผู้ใช้บริการจะต้องระบุข้อมูลหมายเลขบัญชีสำหรับรับเงิน โดยต้องเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อลูกค้าบุคคลธรรมดา หรือลูกค้านิติบุคคล (แล้วแต่กรณี)
โดยผู้ใช้บริการต้องกรอก ชื่อ-นามสกุล อีเมล์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่อยู่ อาชีพ สถานที่ทำงาน วันเดือนปีเกิด และหมายเลขบัตรประชาชนของตนเอง รวมทั้งข้อมูลอื่นๆตามที่บริษัทฯกำหนด หรือจะกำหนดต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการของบริษัทและ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2. ข้อมูล (Information)
2.1 ข้อมูลการติดต่อของผู้ใช้บริการ (Contact Information)
ในการใช้บริการครั้งแรก ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ให้ข้อมูล เช่น อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ที่ผู้ใช้บริการใช้อยู่ในปัจจุบันกับบริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการเข้าใจและยอมรับว่า หากบริษัทฯได้ติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้บริการแล้ว แต่ผู้ใช้บริการไม่ได้รับเนื่องจาก อีเมล หรือเบอร์โทรศัพท์ไม่ถูกต้อง หรือด้วยเหตุผลอื่นใดที่ทำให้ผู้ใช้บริการไม่สามารถรับการสื่อสารได้ บริษัทฯ จะถือว่าการสื่อสารนี้บริษัทได้ส่งให้ผู้ใช้บริการดังกล่าวอย่างสมบูรณ์
2.2 การปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน (Updates to Information)
หากข้อมูลของผู้ใช้บริการมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อให้บริษัทฯ ปรับปรุงข้อมูลของผู้ใช้บริการให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
3. อัตราค่าบริการ การชำระค่าบริการและภาษี (Service Fees, Payment, and Taxes)
อัตราค่าบริการที่ผู้ใช้บริการชำระสำหรับใช้บริการแฟลชเพย์ (“อัตราค่าธรรมเนียม”) เป็นไปตามที่ระบุไว้ในใบสมัครขอ ใช้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์
ในเวลาใด ๆ ระหว่างที่ข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้มีผลบังคับใช้ บริษัทฯ มีสิทธิแต่ฝ่ายเดียวในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขอัตราค่าตอบแทนใด ๆ โดยแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าและให้ถือว่าอัตราค่าบริการที่ได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดผู้ใช้บริการ ในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่เห็นพ้องกับการเปลี่ยนแปลงแก้ไขอัตราค่าตอบแทนดังกล่าว บริษัทฯ มีสิทธิใช้ดุลยพินิจเพียงฝ่ายเดียวในการระงับหรือบอกเลิกการให้บริการตามข้อกำหนดผู้ใช้บริการนี้ได้โดยทันทีผู้ใช้บริการสามารถสอบถามข้อมูลบริการ และ/หรือแจ้งปัญหาในการใช้บริการได้ที่ Flash Pay Customer Service 02-822-9988 หรือช่องทางอื่นใดตามที่บริษัทฯกำหนดไว้
4. กรณีเกิดข้อพิพาท (Dispute Resolution)
4.1 ในกรณีที่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับจำนวนเงินที่บริษัทฯ ชำระคืนให้แก่ผู้ใช้บริการ รวมถึงภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง ผู้ใช้บริการจะแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงข้อพิพาทดังกล่าวภายใน 7 (เจ็ด) วันทำการ นับแต่วันที่ผู้ใช้บริการได้รับชำระเงินจากบริษัทฯ หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ใช้บริการยอมรับและยืนยันจำนวนที่ชำระว่าถูกต้องครบถ้วนแล้ว
ผู้ใช้บริการจะต้องให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงวันที่ เวลา และจำนวนธุรกรรม และข้อมูลอื่นใดที่บริษัทฯ ร้องขอ เพื่อให้บริษัทฯ ตรวจสอบและแก้ไข ซึ่งบริษัทฯ จะแจ้งระยะเวลาดำเนินการให้กับผู้ใช้บริการทราบ ภายหลังจากที่ได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้ว ผู้ใช้บริการตกลงและยอมรับว่าการตรวจสอบและแก้ไขดังกล่าวอาจใช้เวลานานกว่าที่บริษัทฯ ประมาณการณ์ไว้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพิจารณาตรวจสอบโดยสุจริต และผู้รับจ้างตกลงว่าการวินิจฉัยของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด
4.2 ในกรณีที่พบว่าเกิดความผิดพลาดเกี่ยวกับธุรกรรมที่เกิดขึ้น และ/หรือจำนวนเงินที่บริษัทฯ ชำระคืนให้แก่ผู้ใช้บริการรวมถึงภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง ผู้ใช้บริการอนุญาตให้บริษัทฯ ปรับหรือแก้ไขรายการและจำนวนเงินที่ผิดพลาด ที่บริษัทฯ ได้ชำระก่อนหน้าและโอนเข้าบัญชีผู้ใช้บริการ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบและได้รับความยินยอมล่วงหน้า
4.3 ในกรณีที่ผู้ใช้บริการมีข้อพิพาทใดๆ กับบุคคลภายนอก โดยข้อพิพาทดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการให้บริการและ/หรือความผิดพลาดของบริษัทฯ ผู้ใช้บริการตกลงที่จะระงับข้อพิพาทกับบุคคลภายนอกโดยตรงและสละสิทธิในการเรียกร้องให้บริษัทฯ หักเงินที่บริษัทฯ ได้รับจากบุคคลภายนอกเพื่อชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ ให้แก่ผู้ใช้บริการ
5. ความเสี่ยงในการทำธุรกรรม (Transaction Risks)
ในกรณีมีการทำธุรกรรมเกิดขึ้นแต่เกิดการปฏิเสธการจ่ายเงิน และ/หรือไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ การยกเลิก/การอายัด หรือกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้บริการโดยไม่สุจริตหรือด้วยสาเหตุใด อันเป็นเหตุให้บริษัทฯ ต้องถูกหักเงินหรือต้องชดใช้เงินคืนหรือต้องจ่ายค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ให้แก่สถาบันการเงิน ธนาคาร หรือบุคคลอื่นใดผู้ใช้บริการตกลงยินยอมให้บริษัทฯ หักเงินจำนวนดังกล่าวจากเงินค่าสินค้า/บริการ และ/หรือหักกลบกับเงินใด ๆ ที่บริษัทฯ ต้องนำส่งให้แก่ผู้ใช้บริการได้ทันทีและผู้ใช้บริการจะไม่ยกเหตุหรือข้อต่อสู้ใดๆ ขึ้นปฏิเสธความรับผิดดังกล่าว
6. การเก็บรักษาข้อมูลการทำธุรกรรม (Transaction Data Retention)
เมื่อได้รับชำระค่าสินค้า/บริการ ผู้ใช้บริการต้องเก็บรักษาเอกสารรายละเอียดข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมกับลูกค้า
เช่น ใบกำกับภาษี ใบส่งสินค้า ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยันในกรณีที่มีข้อโต้แย้ง หรือเกิดข้อพิพาทขึ้น
ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม หากบริษัทฯ มีความประสงค์จะตรวจสอบความถูกต้องของการทำธุรกรรม ผู้ใช้บริการจะต้องส่งข้อมูลและ
เอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้บริษัทฯ ทันทีหรือภายในระยะเวลาที่บริษัทฯ กำหนด รวมถึงให้ความช่วยเหลือบริษัทฯ
ในการที่จะได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าว และผู้ใช้บริการจะไม่ทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวาง ทำให้เสียหาย
หรือสูญหายซึ่งเอกสารและข้อมูลดังกล่าว ในกรณีที่ผู้ใช้บริการขัดขวาง และ/หรือกระทำการอันใดอันเป็นเหตุให้บริษัทฯ
ได้รับความเสียหายหรือเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ผู้ใช้บริการยินยอมที่จะชดใช้ค่าเสียหายและ/หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้แก่บริษัทฯ เต็มจำนวน โดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ
7. ข้อกําหนดทั่วไป (General Terms)
7.1 ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องส่งมอบข้อมูลที่บริษัทฯ ร้องขอ ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของผู้ใช้บริการในกรณีที่ผู้ใช้บริการมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ผู้ใช้บริการต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับธุรกิจของตน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงรูปแบบธุรกิจสินค้า/บริการ ชื่อร้าน เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของผู้ใช้บริการ วิธีการชำระเงิน เครื่องหมายการค้า โลโก้ หรือผู้ติดต่อก่อนการเปลี่ยนแปลง อนึ่ง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลต่อเมื่อบริษัทฯ ได้รับและตกลงด้วยเท่านั้น โดยบริษัทฯ จะใช้ข้อมูลล่าสุดที่ทางผู้ใช้บริการแจ้งให้ไว้กับบริษัทฯ ในกรณีที่มีการเรียกร้องหรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับรายการหรือรายละเอียดของสินค้า/บริการ ผู้ใช้บริการตกลงที่จะติดต่อและรับผิดชอบความเสียหายหรือการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการที่ผู้ใช้บริการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้
7.2 ในกรณีที่ต้องใช้รหัสผ่านในการเข้าถึงบริการแฟลชเพย์:
(ก) ผู้ใช้บริการจะต้องรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยและมีมาตรการในการควบคุมการเข้าถึงรหัสผ่านที่เพียงพอและเหมาะสม ทั้งนี้ การเปิดเผยรหัสผ่านให้แก่บุคคลที่สามถือเป็นการละเมิดข้อกำหนดผู้ใช้บริการนี้ และผู้ใช้บริการจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายหรือความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการเปิดเผยดังกล่าวหรือความล้มเหลวในการรักษาความปลอดภัยให้แก่บริษัทฯ และบุคคลใด ๆ ที่ได้รับความเสียหายจากการนั้น
(ข) ในกรณีที่รหัสผ่านหมดอายุหรือถูกระงับ เนื่องจากมีการพยายามเข้าสู่ระบบหลายครั้งโดยใช้รหัสผ่านที่ไม่ถูกต้อง หรือผู้ใช้บริการลืมรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบ ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อบริษัทฯ ที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของบริษัทฯ เพื่อดำเนินการต่อไป
(ค) ผู้ใช้บริการสามารถขอระงับรหัสผ่านหรือขอให้ระงับบริการของบริษัทฯ ได้ โดยติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของบริษัทฯ พร้อมระบุวัตถุประสงค์ในการดำเนินการอย่างชัดแจ้ง
7.3 สินค้า/บริการที่ผู้ใช้บริการให้บริการแก่ลูกค้าจะต้องเป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้ในเขตอำนาจนั้น ๆ และและรายการสินค้า บริการ กิจกรรมทางธุรกิจ และ/หรือแนวทางการดำเนินธุรกิจต้องไม่เป็นไปตามแนวนโยบายที่บริษัทฯ ไม่สามารถให้บริการได้
7.4 ผู้ใช้บริการตกลงจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มความสามารถกับบริษัทฯ รวมถึง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ/หรือหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ อย่างเต็มที่ในการตรวจสอบธุรกรรมที่น่าสงสัย ผิดกฎหมาย ฉ้อโกง หรือกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมใด ๆ โดยผู้ใช้บริการมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในส่วนของตน
8. การปฏิบัติตามกฎระเบียบของการต่อต้านการฟอกเงินและหน่วยงานของรัฐ (Compliance with Regulations)
8.1 ผู้ใช้บริการต้องไม่รับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำหรือการปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย ฉ้อฉล หลอกลวง บิดเบือน หรือเข้าข่ายธุรกรรมที่เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการฟอกเงิน และผู้ใช้บริการต้องไม่ส่งหรือรับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดไปยังหรือจากแหล่งที่ผิดกฎหมาย หรือรู้หรือควรจะรู้ว่าการโอนหรือรับโอนดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อหลีกเลี่ยงการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐ
8.2 ผู้ใช้บริการ ร้านค้า สาขาย่อย และบริษัทในเครือใด ๆ ของผู้ใช้บริการ รวมถึง กรรมการ พนักงาน ลูกจ้างของร้านค้า สาขาย่อย และบริษัทในเครือใด ๆ ของผู้ใช้บริการต้องไม่อยู่ในรายชื่อของมาตรการคว่ำบาตรตามหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศ หรือเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง รวมไปถึงไม่ได้ตั้งอยู่ จัดตั้งหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศหรือดินแดนที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินประกาศกำหนดเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงด้านการฟอกเงินหรือสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย หรือเป็นพื้นที่หรือประเทศที่ถูกกำหนดโดยองค์กรระหว่างประเทศ เช่น คณะทํางานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตราการทางการเงิน (Financial Action Task Force: FATF) ว่าเป็นพื้นที่หรือประเทศที่ไม่มีการประยุกต์ใช้มาตรฐานสากลด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
8.3 ผู้ใช้บริการ ร้านค้า สาขาย่อย และบริษัทในเครือใด ๆ ของผู้ใช้บริการ รวมถึง กรรมการ พนักงาน ลูกจ้างของร้านค้า สาขาย่อย และบริษัทในเครือใด ๆ ของผู้ใช้บริการ ต้องไม่มีส่วนร่วมในการติดต่อหรือทำธุรกรรมใด ๆ กับบุคคลที่อยู่ในรายชื่อของมาตรการคว่ำบาตรตามหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศ หรือเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง รวมไปถึงบุคคลที่อยู่ จัดตั้งหรือ มีถิ่นที่อยู่ในประเทศหรือดินแดนที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินประกาศกำหนดให้เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงด้านการฟอกเงินหรือสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย หรือในพื้นที่หรือประเทศที่ถูกกำหนดโดยองค์กรระหว่างประเทศ เช่น คณะทํางานเฉพาะกิจเพื่อดําเนินมาตราการทางการเงิน (Financial Action Task Force: FATF) ว่าเป็นพื้นที่หรือประเทศที่ไม่มีการประยุกต์ใช้มาตรฐานสากลด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
8.4 ผู้ใช้บริการจะไม่ใช้บริการบริษัทฯ ในลักษณะที่กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันจะส่งผลให้บริษัทฯ รวมถึงบริษัทในเครือ กรรมการ เจ้าหน้าที่ พนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนของบริษัทฯ ละเมิดกฎหมาย
8.5 ผู้ใช้บริการต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกฎหมายที่บังคับใช้เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและกฎหมายป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง รวมถึงผู้ใช้บริการตกลงจะควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของกรรมการ เจ้าหน้าที่ พนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนของผู้ใช้บริการ มิให้ใช้บริการของบริษัทฯ ไปในทางเสื่อมเสียหรือเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย
9. การรับรองและการรับประกัน (Certification and Guarantee)
9.1 ผู้ใช้บริการจะต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือหลักฐานการได้รับอนุญาตที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ และ/หรือ ขายสินค้า/บริการ
9.2 ผู้ใช้บริการรับประกันและรับรองว่าเอกสารและข้อมูลที่ให้แก่บริษัทฯ ตามข้อ 1.2 ของเงื่อนไขการให้บริการฉบับนี้ และข้อมูลอื่นใดที่ผู้ใช้บริการส่งมอบให้แก่บริษัทฯ เป็นข้อมูลที่ถูกต้องทุกประการ หากบริษัทฯ ตรวจพบว่าผู้ใช้บริการปลอมแปลงข้อมูลเอกสารและ/หรือสวมรอยเป็นบุคคลใด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ในการสมัครใช้บริการนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ระงับหรือยกเลิกการให้บริการทันที และผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทฯ ทุกประการ ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ใช้บริการจะมีเจตนาทุจริตหรือไม่ก็ตาม
9.3 ผู้ใช้บริการรับรองว่าเจ้าของที่เปิดการใช้บริการกับบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์แท้จริงในการใช้งานที่ได้ขอเปิดใช้งานกับบริษัทฯ โดยมีวัตถุประสงค์ในการใช้บริการเพื่อประโยชน์ของตัวเองและ/หรือนิติบุคคลของตัวเองเท่านั้น ไม่มีบุคคลอื่นมีอำนาจควบคุมการได้รัยผลประโยชน์ดังกล่าว “ผู้ได้รับผลประโยชน์แท้จริง” หมายถึง บุคคลธรรมดา ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริงของบัญชีผู้ใช้งาน หรือมีอำนาจควบคุมบัญชีที่ผู้ใช้บริการได้ลงทะเบียนกับบริษัทฯ รวมถึงบุคคลผู้ใช้อำนาจควบคุมนิติบุคคลหรือบุคคลที่มีการตกลงกันทางกฎหมาย
10. ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property)
10.1 ชื่อ URL เครื่องหมายการค้า/บริการ “แฟลชเพย์” “Flash Pay” และบริการแฟลชเพย์ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ บริษัทฯ แต่เพียงผู้เดียว ผู้ใช้บริการจะไม่ใช้ ทำซ้ำ คัดลอก แก้ไข ดัดแปลง ปลอมแปลง เลียนแบบ หรือกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทฯ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือโดยปราศจากความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากบริษัทฯ หรือโดยก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทฯ
10.2 ผู้ใช้บริการสามารถใช้เครื่องหมายการค้า/บริการ “แฟลชเพย์” “Flash Pay” หรือเครื่องหมายการค้า/บริการ ที่เกี่ยวข้องซึ่งจัดทำโดยบริษัทฯ ผ่านบริการหรือโปรแกรมใด ๆ ได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการนำเสนอต่อลูกค้าเท่านั้น โดยผู้ใช้บริการต้องไม่เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือดัดแปลงเครื่องหมายการค้า/บริการ หรือทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ไปในลักษณะที่เป็นการดูหมิ่น หรือก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อบริษัทฯ หรือบริการแฟลชเพย์ หรือแสดงออกในลักษณะใด ๆ ที่อ้างถึงสิทธิในความเป็นเจ้าของเว็บไซต์แฟลชเพย์ บริการแฟลชเพย์และเนื้อหาใด ๆ ที่สร้างหรือได้รับมาจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น
10.3 ผู้ใช้บริการตกลงและอนุญาตให้แฟลชเพย์สามารถแสดงโลโก้ เครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า หรือทรัพย์สินทางปัญญา อื่น ๆ ของผู้ใช้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ในการ (ก) ระบุว่าผู้ใช้บริการดังกล่าวว่าเป็นผู้ใช้บริการแฟลชเพย์ และ (ข) การใช้งานอื่นใดที่ผู้ใช้บริการได้ให้ความยินยอมโดยเฉพาะ โดยในการนี้ ผู้ใช้บริการรับประกันและรับรองว่าตนเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิในการใช้และให้อนุญาตในทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าว
11. นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)
ผู้ใช้บริการรับทราบว่า เมื่อผู้ใช้บริการเชื่อมต่อกับ API ดาวน์โหลด ติดตั้ง หรือใช้บริการของบริษัทฯ บริษัทฯ อาจรวบรวมข้อมูลอุปกรณ์ของผู้ใช้บริการและการใช้บริการ (ซึ่งรวมถึงข้อมูลของลูกค้า) โดยระบบอัตโนมัติ ผู้ใช้บริการอาจต้องให้ข้อมูลของผู้ใช้บริการตามที่บริษัทฯ กำหนดเพื่อการเชื่อมต่อกับ API การดาวน์โหลด การติดตั้ง การใช้บริการของบริษัทฯ หรือคุณลักษณะหรือฟังก์ชันการทำงานบางอย่าง ทั้งนี้ข้อมูลทั้งหมดที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมนั้นอยู่ภายใต้ประกาศความเป็นส่วนตัวของบริษัทฯ ตามที่ประกาศบน www.flashpay.co.th หรือพอร์ทัลที่เหมาะสม โดยการเชื่อมต่อกับ API ดาวน์โหลด ติดตั้ง ใช้และให้ข้อมูลแก่หรือผ่านบริการของบริษัทฯ ผู้ใช้บริการยินยอมให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลร้านค้าตามประกาศความเป็นส่วนตัว โดยผู้ใช้บริการยืนยันว่าตนได้ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ระบุไว้ในข้อ 11 ข้างต้นโดยครบถ้วน
12. การรักษาความลับ (Confidentiality)
12.1 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงเก็บรักษาข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาและธุรกรรมตามข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้ รวมถึงข้อมูลทั้งหลายที่ได้รับจากหรือที่จัดส่งให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่าย (“ข้อมูลความลับ”) เป็นความลับอย่างเคร่งครัดและตกลง ไม่นำไปเปิดเผยต่อบุคคลใด ๆ ตลอดระยะเวลาที่สัญญาฉบับนี้มีผล และไม่ว่าในระยะเวลาใด ๆ นับจากข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้สิ้นสุดลง เว้นแต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
12.2 คู่สัญญาอนุญาตให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถเปิดเผยข้อมูลความลับได้ในกรณีดังต่อไปนี้
12.2.1 เป็นการเปิดเผยให้แก่ผู้ถือหุ้น ที่ปรึกษา ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของตนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใด ๆ
ภายใต้ข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้ หรือเป็นกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีความจำเป็นในการรับรู้ข้อมูลตามข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้
โดยคู่สัญญาฝ่ายที่เปิดเผยข้อมูลจะต้องดำเนินการให้บุคคลดังกล่าวตกลงที่จะเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับ
12.2.2 เป็นการเปิดเผยตามที่กฎหมายบังคับ หรือเพื่อปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย ซึ่งคู่สัญญาจะต้อง
ปฏิบัติตาม หรือ
12.2.3 เป็นการเปิดเผยข้อมูลภายหลังจากที่ข้อมูลดังกล่าวตกเป็นข้อมูลสาธารณะ เว้นแต่จากการเปิดเผยโดย
ผิดข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้
13. การแก้ไข การระงับ และการยกเลิก (Amendment, Suspension, and Termination)
ผู้ใช้บริการตกลงและให้ความยินยอมว่า บริษัทฯ มีดุลยพินิจแต่เพียงฝายเดียวในการแก้ไข ระงับ ยกเลิกบัญชีร้านค้า บริการ ของบริษัทฯ และ/หรือข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้ตลอดเวลา และไม่ว่าในกรณีใด ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกรณีดังต่อไปนี้ โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบตามสมควร และการแก้ไขดังกล่าวให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้
- เอกสาร ข้อมูล การรับรอง หรือการรับประกันใด ๆ ที่ผู้ใช้บริการได้ให้ไว้หรือมอบให้แก่บริษัทฯ ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นความจริง ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
- บริษัทฯ มีความจำเป็นในการปกป้องความปลอดภัยของบัญชีร้านค้าบริการของบริษัทฯ และ/หรือลูกค้า
- โดยการพิจารณาของบริษัทฯ แต่ฝ่ายเดียว ธุรกรรมใด ๆ ที่ทำขึ้น (ก) ละเมิดหรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้ หรือ (ข) มีเหตุอันควรสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน การให้การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การฉ้อโกง หรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นของธนาคารแห่งประเทศไทยและ/หรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง และ/หรือผู้ตรวจสอบ หรือผิดข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้
- ผู้ใช้บริการละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงใด ๆ ภายใต้ข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการไม่ชำระค่าบริการ/ค่าธรรมเนียม
- ผู้ใช้บริการยื่นคำร้องหรือถูกฟ้องล้มละลาย หรือจัดทำหรือประกอบการใด ๆ กับหรือมอบหมายเพื่อประโยชน์ของเจ้าหนี้ของตน หรือมีผู้รับแต่งตั้งให้ผู้ใช้บริการหรือธุรกิจของผู้ใช้บริการ หรือผู้ใช้บริการเข้าสู่การชำระบัญชี หรือ
- ผู้ใช้บริการไม่ใช้บริการของบริษัทฯ ภายในระยะเวลาที่บริษัทฯ กำหนด หรือใช้บริการของบริษัทฯ นอกเหนือจากการใช้เพื่อธุรกิจตามที่ได้แจ้งในใบสมัครขอใช้บริการการชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
ในกรณีที่บริษัทฯ ระงับบัญชีร้านค้า และ/หรือบริการของบริษัทฯ เมื่อการระงับบัญชีสิ้นสุดลง บริษัทฯ จะคืนสถานะเดิมให้แก่ ผู้ใช้บริการ และจะนำส่งรหัสผ่านใหม่ให้แก่ผู้ใช้บริการเพื่อเข้าสู่ระบบ เมื่อเหตุแห่งการระงับบัญชีสิ้นสุดลงหรือเมื่อผู้ใช้บริการได้ดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงตามที่บริษัทฯ กำหนด
14. การบอกกล่าว (Notices)
14.1 เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่นในข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้ คำบอกกล่าวใด ๆ ที่ต้องส่งให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งต้อง กระทำโดยรูปแบบและวิธีการดังต่อไปนี้
(1) จัดทำคำบอกกล่าวเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ และลงนามโดยผู้มีอำนาจของผู้ส่งคำบอกกล่าว และ
(2) ส่งคำบอกกล่าวไปยังที่อยู่ที่ได้ระบุไว้ด้านล่าง หรือสถานที่อื่นที่คู่สัญญาจะได้แจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
หากส่งให้บริษัทฯ
ที่อยู่: 96 อาคารเอไอเอ คอนเน็คท์ ชั้นที่ 33-34 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
โทรศัพท์:02-822-9988
อีเมล์: cs-pay@flashfin.com
เรียน: Team FlashPay
14.2 การส่งคำบอกกล่าวถือว่าผู้รับได้รับโดยชอบเมื่อ
(ก) ได้ส่งถึงมือผู้รับ ในกรณีที่ส่งให้ผู้รับโดยตรง
(ข) วันที่ที่ปรากฏในเอกสารตอบรับของไปรษณีย์ว่าผู้รับได้รับเอกสารในใบรับเอกสาร ในกรณีที่ส่งให้ผู้รับด้วยวิธีการทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
(ค) วันทำการถัดไปนับจากวันที่มีการส่งอีเมล โดยจะต้องไม่มีเอกสารแสดงว่าการส่งดังกล่าวไม่สำเร็จส่งกลับไปที่ผู้ส่งในกรณีที่ส่งทางอีเมล
15. การโอนสิทธิ (Assignment)
สิทธิและหน้าที่ตามข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้ไม่สามารถโอนหรือจำหน่ายได้ ไม่ว่าทั้งหมดแต่บางส่วน เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง
16. กฎหมายที่ใช้บังคับ (Governing Law)
ข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้ให้ใช้บังคับและตีความตามกฎหมายไทย
17. อื่น ๆ (Miscellaneous)
17.1 การไม่เป็นหุ้นส่วน
การเข้าทำข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้ ไม่ถือว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์กันในฐานะหุ้นส่วน และไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ ร่วมกันและ/หรือแทนกันในการต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกหรือหน่วยงานราชการ
17.2 การสละสิทธิ
การที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช้สิทธิหรือเกิดความล่าช้าใด ๆ ในการใช้สิทธิตามข้อกำหนดใด ๆ ในข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้ ไม่ถือเป็นการสละสิทธิของคู่สัญญาฝ่ายนั้นในการบังคับสิทธิภายใต้ข้อกำหนดดังกล่าวหรือข้อกำหนดอื่น ๆ ภายใต้ข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้
17.3 การแยกต่างหากของสัญญา
หากข้อความ ข้อกำหนด หรือเงื่อนไขใดในข้อกำหนดผู้ใช้บริการฉบับนี้ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ ขัดต่อกฎหมาย หรือไม่มีผลใช้บังคับไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม คู่สัญญาตกลงว่าข้อความ ข้อกำหนด หรือเงื่อนไขดังกล่าวที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือขัดต่อกฎหมายหรือใช้บังคับไม่ได้นั้น ไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ของข้อความ ข้อกำหนดและเงื่อนไขส่วนที่เหลืออยู่ หรือในเขตอำนาจศาลที่ข้อความข้อกำหนดและเงื่อนไขส่วนที่เหลือมีผลใช้บังคับได้โดยสมบูรณ์
อัตราค่าบริการ
-ไม่มีเนื้อหาต่อจากนี้-